RSS
 

Archive for the ‘ความสวย+ความงาม’ Category

เล่น บาคาร่าออนไลน์ ให้เป็นอาชีพ

23 Mar

บ่อนคาสิโนจัดเป็นบ่อนการพนันที่นักเล่นการพนันทั้งสิ้น ต่างให้จุดสำคัญและใฝ่ฝันที่จะเข้าไปเล่นบางคนจัดว่าเป็นสวรรค์สำหรับพวกเขา เพราะไม่ว่าจะมีเงินน้อยหรือร่ำรวยก็สามารถเข้าไปทำเงินให้กับตัวเองได้  บางคนดวงดีเล่นได้ ก็จะมีความสำราญและยึดติดอยู่กับการเสี่ยงโชคในประเทศข้างๆของไทย

จะนิยมเปิดคาสิโนเพื่อยั่วยวนใจลูกค้ากันเป็นการใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว มาเลเซีย และฮ่องกง ต่างนิยม เปิดบ่อนกันมากมาย แต่ละแห่งจะมีทีเด็ดที่ยั่วยวนใจ ลูกค้าเบี่ยงเบนกันออกไป บางที่ก็มีโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเรียกลูกค้าเป็นจุดทำให้หลงแล้ว แต่ว่าใครจะมีกลวิธีแบบไหน บาคาร่าออนไลน์ นักพนันจึงฝันใฝ่ที่จะเข้าไปเล่นในคาสิโน ในบ่อนคาสิโนจะเห็นถึงความคล่องไม่ว่าเป็นสิ่งอำนวยความคล่องแคล่วไว้บริการนักพนันเพื่อความสะดวกไม่ว่าจะเป็นแหล่งพักของกินร้านสะดวกซื้อ หรืออีกหลายๆอย่าง ซึ่งสร้างความชอบใจให้แก่การเดิมพันต่างให้ ความซาบซึ้งที่อยากที่เข้าไปเล่นการเสี่ยงโชคในบ่อนคาสิโน คาสิโนจึงเป็นแนวทางของการใฝ่หากำไรจากการเสี่ยงโชค เพราะคนที่เล่นการพนันจึงไม่ค่อยคำนึงถึงอะไรนอกจากการเสี่ยงโชค

แต่มันก็เป็นการเสี่ยงทั้งนั้น เพราะตามความจริงการเล่นการเสี่ยงโชคไม่ใช่อาชีพที่เป็นเหตุให้ใครรวยได้ ได้อย่างที่คนเรานึกกันอย่างแท้จริง การเสี่ยงโชคเป็นการยั่วยุและดึงดูดให้เราอยากที่จะเข้าใกล้มันมากที่สุด การที่เราต้องการเข้าไปใกล้และแตะต้องกับการเสี่ยงโชคเกิดจากความโลภของคนเราซะส่วนมากความโลภเป็นเหตุให้คนเราทำอะไรโดยการหมดสติทั้งสิ้น บ่อนจึงเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เป็นเหตุให้มนุษย์เราเกิดความละโมบโดยที่คนเราไม่รู้จักความพอดีในชีวิตจึงเป็นเหตุให้คนเราตกเป็นทุกข์เพราะเข้าไปติดบ่วงการเสี่ยงโชค

 

พิชิตความกลัว ที่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง

16 Mar

เมื่อให้พูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลง แทบจะไม่มีใครที่ไม่กลัว

อย่างน้อยก็มีหวั่นใจกันบ้าง

กลัวเพราะไม่รู้จะเป็นอย่างไร กลัวว่าจะเป็นหรือไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ไหม

มันกำกวม มันคืออนาคต อนาคตที่ไม่รู้ว่ามันจะจบอย่างไร เหมือนละครชีวิตที่เราคาดเดาตอนจบไม่ได้เลย

เรา จึง กลัว!!

มันไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับมนุษย์ ที่ต้องมีความรู้สึก กลัว โกรธ สุข เศร้า เหงา รัก เป็นธรรมดา ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

แต่ที่ผมจะบอกคือ ไม่มีใครหลีกเลี่ยงความเปลี่ยนแปลงได้

โลกนี้มันให้เราเลือก 2 อย่างด้วยกัน คือ เปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง กับ ถูกโลกบังคับให้เปลี่ยนแปลง

อยู่ที่เราจะเลือกเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยวิธีไหนหละ

“ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงหละ??”

หลายคนอาจตั้งคำถามแบบนี้ เพื่อตัดปัญหาความกลัวไปเลย

ผมบอกเลยว่าแม้วันนี้เราจะไม่เปลี่ยน เราก็หนีไม่พ้นที่จะถูกโลกบังคับให้เราต้องเปลี่ยนแปลง ถ้าเปลี่ยนไม่ได้เปลี่ยนไม่ทัน ก็ล่มสลายไป เหมือนหลายๆบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก

แม้เราจะไม่เปลี่ยน แม้เราจะไม่พัฒนา แต่โลกมันก็เปลี่ยนและพัฒนาไปอยู่ดี

การเปลี่ยนแปลงมันช่างน่ากลัวจริง แต่การกลัวแล้วไม่ทำเนี่ย ผิดมหันตร์เลย

อยากเปลี่ยนแปลงนะแต่กลัวอะ!!

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เป็นแบบนี้ แล้วก็นั่งปลอบใจตัวเองว่า “ที่ที่เป็นอยู่มันก็ดีอยู่แล้วหนิ”

สุดท้ายก็ยอมทนกับสิ่งเดิมๆ เลือกที่จะ “ย่ำ” มากกว่า “ก้าว” ชีวิตจึงไม่ไปไหนสักที

เวลาผ่านไป ผ่านไป ย่ำอยู่กับที่ ชีวิตก็ยังอยู่ที่เดิม

ผมจะบอกอย่างนี้ครับว่า “ถ้าไม่กล้า เราจะไม่ก้าว ถ้าไม่ก้าว ชีวิตก็จะไม่โต ถ้าชีวิตไม่โต แต่โลกมันโต ระวังจะตายเพราะโตไม่ทัน”

แล้วจะทำอย่างไรหละถึงจะพิชิตความกลัวการเปลี่ยนแปลง??

ขั้นแรกเลย คิดไว้เสมอครับว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้ชีวิตเราเติบโตขึ้น ถ้าเปลี่ยนแปลงแล้วมันทำให้เราค้นพบสิ่งที่เราต้องการมาตลอดชีวิต ก็นับว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

ถ้าคิดขั้นต่ำหละ แม้ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ได้มากกว่าเดิม

อย่างน้อยก็ทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้น รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้จักโลกมากขึ้น เก่งมากขึ้น

แล้วถ้าผลลัพธ์ที่ได้ ไม่เป็นดังคิด หรือพูดง่ายๆ คือล้มเหลว หละ

นั่นแหละคือบันไดอีกขั้นสู่ความสำเร็จ เพราะไม่มีคนสำเร็จคนไหนที่ไม่เคยล้มเหลว คนสำเร็จคือคนที่สะสมความล้มเหลวมาเป็นประสบการณ์มามากพอ จนรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงสำเร็จ ความล้มเหลวจะเป็นตัวสอนเราให้เข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น เหมือนนักประดิษฐ์เลื่องชื่อหลายๆ ท่านที่สร้างบางสิ่งจนสะเทือนไปทั้งโลกยังไงหละครับ

แต่ถ้าไม่กล้าซะแล้ว เราจะไม่รู้อะไรเลยนอกจากสิ่งที่รู้มาเท่าเดิม เมื่อรู้เท่าเดิมทำเหมือนเดิม แล้วจะได้สิ่งใหม่ๆได้อย่างไรจริงไหมครับ

ขั้นที่ 2 อย่ารอให้พร้อมก่อนแล้วค่อยทำ อย่าเก่งก่อนแล้วค่อยเริ่ม

เพราะมันจะไม่มีวันนั้นครับ ชีวิตที่พร้อม ชีวิตที่เพอเฟกนั้นไม่มีอยู่จริง ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง ตราบใดที่โลกยังพัฒนาไปเรื่อยๆ คำว่าดีที่สุด ไม่มีอยู่จริง ไม่เชื่อลองดูการพัฒนาโทรศัพท์ดูสิ ไม่มีรุ่นไหนดีที่สุดในโลก จริงไหมครับ

จะบอกว่าให้เก่งก่อนค่อยทำ ยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่ครับ มันมีแต่ทำก่อนถึงจะเก่ง ไม่มีใครอยู่ดีๆ ก็เก่งขึ้นมาโดยไม่เคยลองไม่เคยฝึกหรอกครับ มันต้องทำก่อนจึงจะเก่ง คนเก่งๆ ที่เราเห็น เขาก็เคยเป็นคนไม่เก่ง เป็นคนห่วยแตกทั้งนั้นแหละครับ แต่เขาทำทั้งๆที่ไม่เก่ง ฝึกทั้งๆที่ไม่เป็นอะไรเลย

ผมจึงบอกเลยว่า ถ้าเรายังรอ 2 สิ่งนี้อยู่ ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็ยังไม่ได้ทำครับ

ทำตั้งแต่วันที่ยังไม่พร้อมนี่แหละครับ เดี๋ยวจะเกิดการพัฒนาจนเก่งขึ้นมาเอง ยิ่งทำยิ่งเก่ง ยิ่งทำยิ่งไม่กลัว

เจ้าความกลัวมันจะตัวใหญ่มากเมื่ออยู่ในความคิดเรา ยิ่งเราหนี ยิ่งตัวใหญ่ขึ้นๆๆ คิดเยอะ ความกลัวจะตัวใหญ่ แต่มันจะตัวเล็กมาก เมื่อเราหยุดคิดแล้วลงมือทำ มันเป็นอสูรตัวกระเปี๊ยกที่พยายามขู่ให้เรากลัวเท่านั้นเอง

สุดท้ายนี้ผมอยากจะบอกว่า อุปสรรคของการพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม คือคำว่า “ก็มันดีอยู่แล้ว”

คนที่เก่งกาจ เชี่ยวชาญ เขาจะมีความคิดว่า “ที่เป็นอยู่ยังไม่ดีพอ มันยังดีได้กว่านี้ เขาจึงกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่าที่มีอยู่เสมอ รู้ตัวอีกทีเขาก็เป็นผู้เชี่ยวชาญ กลายเป็นคนสำเร็จในชีวิตไปซะแล้ว

 

ทำไมไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร แต่ที่รู้ๆคือชีวิตตอนนี้ไม่ได้ชอบซะเลย

15 Mar

วันนี้ครับผมได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องคนหนึ่งที่สำนักงาน

น้องเขามาปรึกษาปัญหาชีวิตว่า จะเอายังไงต่อดี

เขาไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี อารมณ์ประมาณว่า ไม่รู้ว่าชอบงานอะไร  ไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตไปในรูปแบบไหนถึงจะโอเคกับชีวิตที่สุด รู้แค่ว่าชีวิตที่เป็นอยู่หนะไม่ชอบ

เชื่อว่าหลายๆคนก็เคยพร่ำถามตัวเองในคำถามอย่างนี้เหมือนกันนะ

ผมก็เลยบอกกับน้องเขาใน concept สั้นๆว่า

“สาเหตุของปัญหานี้ คือน้องไม่มีเป้าหมายชีวิตยังไงหละครับ”

ผมเชื่อว่าหลายคนก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน

ถามจริงๆ ตั้งแต่เด็กจนโตมาจนป่านนี้ จะมีสักกี่คนที่เคยนั่งกับตัวเองเพื่อตั้งเป้าหมายชีวิตอย่างจริงๆจังๆ

คนส่วนมากคิดเพียง เรียน ทำงาน เลื่อนตำแหน่ง หกสิบเกษียณ อยู่บ้านเลี้ยงหลาน แล้วก็ตาย

บ้างก็เคยคิดว่าอยากได้อะไร อยากมีอะไรเพราะเห็นเพื่อนเขามีแล้วดูดี ก็อยากมีมั่ง แต่มันคือของที่ตัวเองต้องการจริงๆหรือเปล่า ไม่รู้!!!

การดำเนินชีวิตแบบนี้ดูมีเป้าหมายนะ แต่จริงๆ แล้ว มันคือการใช้ชีวิตแบบไหลไปตามกาลเวลาให้ให้เวลาพาชีวิตไป แก่ไปเรื่อยๆ คิดเพียงวันนี้จะทำอะไร พรุ่งนี้จะทำอะไร เรื่องเดือนหน้า ปีหน้า 10 ปีหน้า เอาไว้ก่อน ใกล้ๆแล้วค่อยคิด สุดท้ายก็ไม่เคยเห็นภาพรวมของความฝันตัวเองเลย ทีนี้จะรู้ได้ไงว่าจะไปทางไหนต่อ และจะรู้ได้ไงว่าตอนนี้ยืนอยู่จุดไหน แล้วจะรู้ได้ไงสเต็ปต่อไปคือยังไง สุดท้ายก็ “หลงทาง” ชาติหน้าถ้าไม่ลืมค่อยว่ากันใหม่หละกัน

อีกอย่างหนึ่งครับ มีอีกบางคนที่มีความฝันแล้วนะ มีเป้าหมายแล้วนะ ดีเลย แต่ดันตกม้าตายตรงที่ ไม่เคยเขียนลงกระดาษทำให้มันเป็นของที่มีอยู่ในโลกความจริง

goal_plan1

เป้าหมายที่ดีไม่ใช่เขียนในวิมานอากาศ แต่ต้องเขียนไว้ในกระดาษ

เมื่อไม่เขียน และไม่คิดจะลงมือทำอย่างจริงจังแล้ว สุดท้ายความฝันที่เคยคิดไว้ ก็กลายเป็นฝันกลางวันที่ไม่เคยสำเร็จ

เป้าหมายชีวิตจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก “ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงคนได้ นอกจากการที่เขามีเป้าหมาย”

ลองตั้งเป้าหมายดู แล้วจะรู้ว่าเราชอบอะไร กิจกรรมไหนที่เราต้องให้ความสำคัญ

น้องคนนี้ถามผมต่ออีกว่า “ฉันไม่รู้ว่าชอบอะไร เพียงแค่รู้ว่าสิ่งที่ทำอะ ไม่ชอบ”

ผมจึงแนะนำไปว่า แกไม่ใช่คนเดียวหรอกที่คิดแบบนี้ คนส่วนมากก็คิดแบบนี้

ที่เราไม่รู้ว่าเราชอบอะไร เป็นเพราะเราไม่เคยหายังไงหละครับ

วันๆเราทำอะไรบ้างหละ…ไปที่ทำงาน แล้วกลับมาบ้าน ไปทำงาน แล้วกลับบ้าน ว่างๆแวะห้างหน่อย แล้วกลับบ้าน แล้วคุณจะรู้อะไรไปมากกว่าเส้นทางเดิมนี้หละ

“ฉันลองหาแล้ว!!”

ที่ว่าหาแล้ว เคยลองจริงๆไหม ลองจนหายคาใจเลยว่าชอบหรือไม่ชอบ

ผมเชื่อว่า หลายคนรู้ว่ามีรูปแบบการสร้างชีวิตทางโน้น ทางนี้ ทางนั้น แต่จะมีสักกี่คนหละที่เข้าไปศึกษาลองทำดูจริงๆจังๆอะครับ ส่วนมากเต็มที่ก็ได้แค่คิด จดๆจ้องๆ แต่ไม่เคยลงมือทำ ลองทำดู จะได้คลายความสงสัยให้สิ้นไส้ไปเลย

“ก็เคยลองทำแล้ว ก็มันไม่ใช่อะ!!” ผมจะบอกว่า เป็นปกติครับที่การลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำในครั้งแรก อาจจะไม่เจอสิ่งที่เราตามหาอยู่ ชีวิตเราไม่ได้ฟลุคถูกตั้งแต่ครั้งแรกขนาดนั้นหรอกครับ แต่การลองก้าวแรกที่ไม่รู้จะก้าวไปทำไมนี้ จะพาเราไปเจอก้าวต่อไป และก้าวอีกต่อๆไป ไม่นานครับคุณจะพบก้าวที่คุณชอบ

แล้วก้าวก่อนๆหละจะให้อะไรเรา ก้าวออกไปฟรีแบบนี้หรอ ผมบอกเลย “ทุกก้าวจะสร้างเรื่องราวให้เรา” อะไรที่ทำแล้วเราไม่ตาย เราจะโต แม้ลองทำก้าวนั้นๆแล้วไม่สำเร็จ สิ่งที่เราจะได้คือทักษะที่จะติดตัวไป ซึ่งต่อไปเราจะหวนกลับมาขอบคุณมัน ที่มันเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของเรา

เงินในกระปุกออมสินเต็ม ไม่ได้เต็มเพราะเหรียญแรกหรือเหรียญสุดท้าย แต่เต็มเพราะทุกๆเหรียญทำให้มันเต็ม ดังนั้นทุก้าวมีส่วนสำคัญทั้งนั้น แม้จะห่วยแตกหรือล้มเหลวก็ตาม

“โห!! ต้องใช้เวลาอ้อมขนาดนั้นเลยหรอ ดูเสียเวลาอะ”

ผมมองว่าไม่ได้เสียเวลานะ แต่เป็นการใช้เวลาเพิ่มทักษะของตัวเอง คนรอบรู้ ไม่อดตาย สอดคล้องกับที่ผมเคยบอกว่า คนมากทักษะ รายได้ก็มากด้วย

จริงอยู่ว่าประตูบางบาน เราอาจเปิดเจอของที่ไม่ได้ต้องการ แต่ก็ทำให้เรามีโอกาสเลือกประตูที่เหลือที่เป็นสิ่งที่เราชอบจริงๆ มากขึ้น แถมเราสามารถเก็บบทเรียนจากประตูที่ไม่ใช่ได้อีก

แต่ถ้าเกิดเราไม่ลองทำ ทำแต่เพียงจดๆจ้องๆ เราก็ยังอยู่ที่เดิมนี่แหละ แล้วก็ไม่มีทางรู้เลยว่าประตูไหนจะเป็นทางที่เราชอบ สุดท้ายก็นั่งทนอยู่ที่เดิม ถ้าเป็นอย่างนี้ ผมก็แนะนำอะไรได้ไม่มากนอกจากทนต่อไปสัก 5 ปี แล้วหลังจากนั้น จะชินไปเอง…

 “เฮ๊ย!! ก็อยากออกไปหานะ แต่คนเรามันต้องกินต้องใช้ทุกวัน ถ้าหาไม่เจอจะเอาอะไรกิน”

ผมไม่ได้บอกว่า “การออกมาหาเส้นทางที่ใช่ต้องลาออกจากงานมาหาเลย” ไม่ขนาดนั้นครับ คุณสามารถลองทำหาช่องทางอื่นทำในเวลาที่ยังคงทำงานเดิมอยู่นี่แหละ ทำไมต้องเลือกหละ ทำคู่กันไปได้เลยได้

งานประจำที่ทำอยู่ ผมไม่เคยบอกว่ามันไม่ดี มันคืองานที่สามารถเลี้ยงชีวิต ทำๆ สิ้นเดือนมีรายได้แน่นอน แต่ว่าเราก็ต้องยอมรับนะว่า เพดานรายได้ไม่ได้สูง พูดง่ายๆ ผมไม่เคยเห็นใครรวยด้วยงานประจำ มันคืออาชีพที่ “รวยไม่ทน จนไม่นาน” ด้วยโมเดลแบบนี้จึงทำให้เรามีโอกาสสำเร็จได้ยากมาก สรุปคือ “ไม่อดตาย แต่ก็ไม่โต”

“อ้าว!! แล้วเขาทำยังไงอะ เขาถึงมั่งคั่ง”

เมื่อผมไปถามคนสำเร็จ พบว่าแทบทุกคนหละครับจะบอกว่า การที่ชีวิตเขาที่เปลี่ยนแปลงจนสำเร็จ เกิดจากการที่เขาทำอะไรบางอย่าง “หลังเลิกงาน”

ผมเชื่อว่าถ้าบ้านคุณไม่ได้มีต้นทุน คงหนีไม่พ้นต้องผ่านงานประจำ เมื่อเข้าสู่เวลางานประจำปุ๊บ Life Style คุณภาพชีวิตของแต่ละคนก็ไม่ต่างกันหรอกครับ ตั้งใจทำงาน ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง รายได้ขึ้น ปีหละสัก 10%

แต่ช่วงเวลาที่จะทำให้โลกนี้มีทั้งคนมั่งคั่งและไม่มั่งคั่ง มันขึ้นอยู่ในช่วงเวลา “หลักเลิกงานนี่แหละครับ”

คุณภาพชีวิตของแต่ละคนที่แตกต่างกัน อยู่ที่ว่า “คนๆนั้นเอาเวลาว่าง –เวลาหลังเลิกงานไปทำอะไร?”

นี่คืออีก Key Success ที่สำคัญเลยนะครับ

ผมเชื่อว่าคนสำเร็จในช่วงที่เขากำลังสร้างเนื้อสร้างตัว เขาคงไม่ใช่คนที่เน้น ดูหนัง ฟังเพลง ร้องเกะ Shopping ดูคลิป Follow ละคร อะไรอย่างนั้น คุณอาจจะไปลองเขียนบทความ ลองพูดสอนสิ่งที่เราเชี่ยวชาญ ลองเข้าสัมมนาพัฒนาตัวเอง ลองเรียนภาษา ลอง ขายของออนไลน์ หรือทำ ธุรกิจเครือข่าย อะไรก็ได้ หรือพูดง่ายๆ คือ “อยากสำเร็จต้องเน้นพัฒนาตัวเอง”

“ฉันทำงานมาเหนื่อยๆ ป๊ะ จะให้มาทำอะไรแบบนี้อีก เครียดไปป๊ะ ตึงไปป๊ะ??”

ก็เธอไม่ชอบชีวิตที่เป็นอยู่ไม่ใช่หรอ ถ้าจะให้หลุดก็ต้องดิ้นให้มากกว่าเดิม จริงไหมครับ คิดจะมีผลลัพธ์ชีวิตที่ดีกว่านี้ ก็ต้องเหนื่อยกว่าเดิมแน่นอนหละ ต้องเป็นมนุษย์ 200% เพราะทำเหมือนเดิม เหนื่อยทำเดิม ผลลัพธ์มันก็เหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้เหนื่อยตลอดไปหนิ มันเหมือนการเล่นว่าวหนะ เหนื่อยตอนแรกที่ต้องวิ่งเท่านั้นแหละ ถ้าการดิ้นของเรา มันทำให้หลุดจากชีวิตเดิมๆ คุณจะโตขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยหละ ถ้าท้อ เลิก ก็กลับสู่ฐานะเหมือนเดิม

ยิ่งถ้ารู้ว่าเราต้นทุนไม่ได้มากพอ ก็ต้องแทนด้วยความพยายามที่มากกว่า

26-เช้า

“ทำไมคนสำเร็จใช้ชีวิตตึงจัง คนที่จะสำเร็จ มีความสุขไม่ได้เลยหรอ”

“ไม่จริงหรอกครับ!!” พวกเขาใช้ชีวิตอย่างความสุขมาก แม้จะยังไม่สำเร็จก็เถอะ

เพราะเขามีเป้าหมาย เขาจึงรู้ตัวเสมอว่าสิ่งที่เขากำลังอยู่นั้น เป็นก้าวที่เท่าไหร่ นำไปสู่ก้าวที่เท่าไหร่ของเป้าหมาย

เขาเต็มใจที่จะตัดเรื่องไร้สาระออกไปให้ลดน้อยลง

ผมถึงบอกเสมอยังไงหละครับ เมื่อมีเป้าหมายชีวิต การตัดสินใจใช้ชีวิตจะเปลี่ยนไปเองโดยที่เราแทบไม่ต้องฝืนเลย

ถามว่ามีฝืนไหม ต้องมีอยู่แล้ว ช่วงแรกไม่คุ้นชินหรอก เหมือนเริ่มออกกำลังกาย แต่เมื่อมีเป้าหมายของตนเองที่มีแรงจูงใจมหาศาล เราจะมีแรงฝืนต่อไป จนเมื่อมันกลายเป็นนิสัยแล้ว มันจะอยากทำเอง ทีนี้พอเราเริ่มจะทำอะไรที่ไร้สาระ เราจะเริ่มทำเรื่องไร้สาระอย่างฝืนๆ เพราะอยากทำตามเป้าหมายมากกว่า

“ถ้ามันเหนื่อยนัก ก็รีบทำให้สำเร็จเร็วๆสิ จะได้มีโอกาสได้เลิกทำซะที”

เราหลีกหนีไม่ได้หรอกครับที่ต้องสร้างชีวิต ไม่มีใครชอบสร้างชีวิต เพราะมันคือสิ่งที่จริงจังที่เราต้องทำ ก็เลือกงานที่ทำแล้วสำเร็จเร็วๆ แล้วรีบทำให้เสร็จๆ เวลาที่เหลือจะได้ไปเที่ยวเล่นยังไงหละครับ ไม่ต้องรอถึง 60 ปีเหมือนแต่ก่อนแล้วหละ

 “ก็คิดไม่ออกอะ จะลองทำอะไรดี”

คิดไม่ออกไม่เป็นไรครับ เป็นธรรมดา แต่ขอให้พยายามคิด

เมื่อเราเริ่มคิด เมื่อเราเริ่มตั้งคำถามนี้ในหัว สมองของเราจะเริ่มประมวลและมองหาคำตอบ

ลองนั่งเงียบๆ มีสติ คุยกับตัวเอง คิดและลิสต์มันออกมาใส่กระดาษเป็นข้อๆเลยครับว่า ชีวิตในอุดมคติ เพียบพร้อมทุกอย่างในความหมายของตัวเอง เราอยากมีอะไร อยากมีLife Style แบบไหน อย่าเอาสภาพที่เป็นอยู่มาลดทอนฝันของเรานะ  และอย่าคิดว่า “งานอะไรก็ได้ของให้ได้เงินเท่านั้นเท่านี้บาท เอาเงินเยอะๆ” ถ้าไม่งั้นเราจะหลงทางไปพร้อมกับเงิน

เราต้องหา Life Style ของเราก่อน จะได้รู้ว่างานแบบไหนที่ตอบ Life Style ของเรา

อย่าคิดเหมือนคนทั่วไปที่คิดสวนทางไปเลย ที่คิดหางานก่อน แล้วค่อยปรับ Life Style ให้เข้ากับงาน

เพราะผลลัพธ์ที่คนส่วนใหญ่ได้คือ ได้ทำงานที่ไม่ได้ชอบสักเท่าไหร่ ได้ร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้ปลื้มสักเท่าไหร่ แถมก็ยังได้ค่าตอบแทนที่ได้ก็ไม่ค่อยจะปลื้มด้วยสิ แล้วจะสนุกในเวลาทำงานได้อย่างไร จริงไหมครับ!!

เป้าหมายต้องมี Life Style การทำงานที่ต้องการก่อน คิดไม่ออกก็เอาคิดเอาไว้ ไม่แน่นะวันนี้คุณอาจจะมีโอกาสได้อ่านหนังสือสักเล่มหรือบทความสักเรื่อง แล้วมันคลิกกับความคิดสิ่งที่สมองเรากำลังมองหาอยู่พอดี คุณอาจจะจับมันมาเป็นไอเดียแล้วพลิกชีวิตคุณไปเลยก็ได้นะ แต่ถ้าไม่เคยคิดถามสมองเลย สมองจะไม่พยายามมองหา แม้จะไปเจอไอเดียดีๆ โอกาสโดนๆ ก็มองไม่เห็นว่ามันคือโอกาส

“เมื่อคุณเริ่มหา ตาเราจะเริ่มมองเห็นสิ่งที่เรากำลังหา”

h_story

คำถามสุดท้ายครับ!!

“อยากรวยต้องทำยังไง??”

เคล็ดลับเดียวเลย สำหรับคนที่กำลังหาไอเดียรวย

“จน ให้เข็ดก่อนสิ!! แล้วเดี๋ยวจะเริ่มรวย”

ที่ผมบอกแบบนี้เพราะผมสังเกตว่า คนเราเนี่ยจะคิดมีเป้าหมายและเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบจริงๆจังๆ ก็ต่อเมื่อ มี 2 วิ… เข้ามาในชีวิต คือ มีวิสัยทัศน์เข้าใจชีวิตรู้ว่าจะต้องเปลี่ยนก่อน วิกฤตจะเข้ามาและความคิดของคนสำเร็จ หรือไม่ก็ มีวิกฤต แบบว่าฉันทนไม่ไหวแล้วกับชีวิตที่ยืนอยู่ มันย่ำในที่แย่จนไม่ไหวแล้ว ไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว

น้อยคนนะที่จะมีวิสัยทัศน์เปลี่ยนชีวิตก่อนจะมีวิกฤตเข้ามา ส่วนมากคนเรามักคิดเปลี่ยนชีวิตเมื่อเกิดวิกฤตก่อน ไม่ไหวแล้วจึงต้องเปลี่ยน

ถามว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ตอบได้ง่ายมาก เพราะคำว่า “ก็ดีอยู่แล้ว” ยังไงหละครับ ที่เป็นสาเหตุไม่คิดเปลี่ยนชีวิต คำว่าดีอยู่แล้ว จึงเป็นอุปสรรคของคำว่า “ดีกว่า” ก็ไม่ได้ชอบใจชีวิตที่เป็นอยู่หรอก แต่ยังทนได้อยู่จึงไม่คิดจะเปลี่ยน ผมจึงบอกยังไงหละครับว่า “ถ้าอยากรวย เริ่มง่ายๆเลย ไปจนมาให้เข็ดซะก่อน” ถ้าเราเข็ดจริงๆ ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เราจะดิ้นสุดแรงเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ เราจะตามหาทุกวิธีที่เขาว่าทำแล้วจะสำเร็จ แล้วจะทำมันอย่างไม่เสียเวลาสงสัย และทำจริงอย่างไม่ลดละ ไอ้เจ้าแรงกดดันอันแรงกล้านี่แหละที่จะผลักดันเราออกจากหลุมนั้นแล้วเปลี่ยนชีวิตแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ผมอยากจะบอกว่า สมองกับเป้าหมายชีวิต มันจะมีเวชมนตร์ความสำเร็จ แผ่ขึ้นมาแม้แต่คุณยังประหลาดกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตของตัวเองมากๆเลยหละ โอกาสหนะมันอยู่รอบตัวเรานี่แหละ เราจะเห็นมันหรือไม่ มันอยู่ที่เรากรอกเป้าหมายชีวิตใส่สมองในรูปแบบไหนหละ ลองตั้งเป้าหมายชีวิตดู แล้วคุณจะเห็นโอกาสรวยอีกมากมายเลยหละ

 
Comments Off on ทำไมไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร แต่ที่รู้ๆคือชีวิตตอนนี้ไม่ได้ชอบซะเลย

Posted in การพนันออนไลน์, กีฬา, ข่าว การเมือง, ข่าว อาชญากรรม, ข่าวออนไลน์, ความรู้ทั่วไป, ความสวย+ความงาม, บันเทิง, เกมออนไลน์

 

เคล็ดลับความงามจากสาวละติน

20 Jan

สวัสดีจ้ะสาวๆกลับมาเจอกับเรื่องราวกลเม็ดความงามความสวยงามเหมือนเดิมจ้ะ เพศหญิงฝั่งทวีปเอเชียอย่างพวกเราก็มีเคล็บลับความสวยงามล้นหลามเลยนะจ้ะ แม้กระนั้นเคยรู้กันบ้างหรือเปล่าว่างสาวสวยตามคม ผิวสีน้ำผึ้ง อย่างสาวฝั่งภาษาละตินนั้นมีกลเม็ดความสวยอะไรบ้าง วันนี้พวกเรานำเทคนิคของพวกคุณมาฝากกันจ้ะ

สาวบราซิล

สาวบราซิลหุ่นดี เนื่องจากว่าพวกคุณดื่มสมูธตี้อาซาอิเบอร์รีนั่นเอง โดยนำน้ำอาซาอิเบอร์รีคั้นสด 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันกราโนร่า 3 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ โยเกิร์ตปกติ 1 ถ้วยตวง แล้วก็กล้วย ½ ถ้วยตวง นำส่วนประกอบมาปั่นรวมกัน

สาวโดมินิกัน

สาวชาวโดมินิกันนิยมใช้กระเทียมบำรุงเล็บให้แข็งแรง โดยการหั่นกระเทียมสด 1 หัว ผสมกับน้ำยาที่เอาไว้สำหรับล้างเล็บ ทาบำรุงเล็บทุกอาทิตย์อีกกลเม็ดหนึ่งเป็น พวกคุณนิยมหมักน้ำมันมะพร้าวกำจัดรังแคที่หนังหัว

สาวประเทศชิลี

สาวประเทศชิลีเปิดเผยว่า สารแอนตี้ออกสิเดนท์ในองุ่นแดงทำให้ผิวของพวกคุณสดใสได้ โดยการนำเอาองุ่นแดงราวๆ 1 กำมือ ปั่นรวมกับแป้งมันสำปะหลังราวๆ 2 ช้อนโต๊ะ มาร์กทิ้งไว้โดยประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก สูตรนี้ช่วยกระตุ้นให้ผิวตื่นตระหนกตกใจตัว

สาวโคลัมเบีย

สาวโคลัมเบียขึ้นชื่อว่าเป็นเพศหญิงที่มีผิวสวย ความลับอยู่ที่สตรอเบอร์รีปั่นโยเกิร์ตแล้วก็น้ำผึ้งมาร์กหน้าทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก

สาวเปอโตริโก

สาวเปอโตริโกได้สูตรบำรุงผม และก็เล็บตกทอดกันมาด้วยสูตรน้ำมันมะกอก โดยหมักผมด้วยน้ำมันมะกอก แล้วก็เอามาทาเล็บ เพื่อล็อกความแข็งแรง ความเงาสวยของผมแล้วก็เล็บ

สาวคอสตาริกา

สาวคอสตาริกาใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ หมักผมแทนคอนดิชั่นเนอร์ เพื่อผมนุ่มสลวย

สาวเม็กซิโก

สาวเม็กซิโก นิยมใช้ใบ “Mimosa tenuiflora” (พืช ที่ปลูกทางตอนใต้ของเม็กซิโก แล้วก็บราซิล ขึ้นชื่อว่าฯลฯไม้ที่ความอ่อนวัย) โดยการนำใบของต้นนี้เอามาปั่น ใช้มาร์กหน้าเพื่อเลือนหายไปริ้วรอย

สาวเวเนซุเอล่า

สาวเวเนซุเอล่าใช้อโวคาโดปั่นละเอียดเอาไปหมักผม เพื่อผมยาวเร็ว และก็ใช้มาร์กหน้าเพื่อผิวหน้าผ่องใส

 

 
Comments Off on เคล็ดลับความงามจากสาวละติน

Posted in ความรู้ทั่วไป, ความสวย+ความงาม